ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับในการเป็นเจ้าภาพ การประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
ประโยชน์ระยะสั้น
ทำให้เกิดรายได้แก่โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และธุรกิจบริการจำนวนมากจากคณะผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุมกว่า 15,000 คน
ระยะกลาง
ผู้กำหนดนโยบายและผู้บริหารจากทั่วโลกจะได้เห็นประเทศไทยอย่างแท้จริง เห็นระบบการจัดการ เห็นความพร้อม และเห็นมาตรฐานของเมืองหลวงระดับ Global City สิ่งนี้ส่งผลต่อการรับรู้ (perception) ของนักลงทุนโดยตรง
ระยะยาว
ยกระดับประเทศในหลายมิติ ทั้งมาตรฐานการบริการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบหลังบ้านการสร้างภาพลักษณ์ของไทยในฐานะศูนย์กลางของธุรกิจการจัดประชุม และการพบปะหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินของโลก
โดยประเทศไทยจะเปลี่ยนโอกาสครั้งสำคัญนี้ให้กลายเป็นคุณค่าระยะยาวของประเทศ ในแต่ละประเด็น ดังนี้
1. เวทีโลกที่เปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้คือโอกาสที่ประเทศไทยจะได้แสดงความพร้อมในหลายมิติ ตั้งแต่การจัดประชุมระดับนานาชาติ การบริหารจัดการ ไปจนถึงการต้อนรับผู้มาเยือนด้วยอัธยาศัยแบบไทยไม่ว่าจะเป็นสถานที่จัดงานที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม อาหารและเครื่องดื่มที่บอกเล่าเรื่องราวของท้องถิ่น หรือการบริการที่ได้มาตรฐาน ทุกองค์ประกอบล้วนเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำที่ประเทศไทยกำลังสร้างให้กับผู้มาเยือนจากทั่วโลก
2. จากเวทีโลก...สู่โอกาสของคนไทย เบื้องหลังการประชุมระดับโลกครั้งนี้ คือการทำงานของผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัทผู้จัดงานของไทยที่มีประสบการณ์ในการบริหารงานขนาดใหญ่ สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่ผลประโยชน์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้จัดงานเท่านั้นการเป็นเจ้าภาพยังหมายถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่จะกระจายไปยังผู้ประกอบการในหลายภาคส่วน ตั้งแต่โรงแรม สายการบิน ร้านอาหาร ระบบขนส่ง ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี ไปจนถึงธุรกิจท้องถิ่นและแรงงานจำนวนมากที่มีส่วนทำให้งานครั้งนี้เกิดขึ้นได้ ที่สำคัญความสำเร็จของการจัดงานครั้งนี้ยังอาจกลายเป็น “ผลงานชิ้นสำคัญ” ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเปิดประตูสู่โอกาสในการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกอื่น ๆ ในอนาคต
3. เม็ดเงินหมุนเวียนที่มากกว่าหนึ่งสัปดาห์ของการประชุม เมื่อผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกเดินทางมาประเทศไทย การใช้จ่ายย่อมเกิดขึ้นตลอดการเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก อาหาร การเดินทาง การสื่อสาร หรือการท่องเที่ยว รายได้เหล่านี้จะหมุนเวียนไปยังธุรกิจหลากหลายขนาดตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมบริการขณะเดียวกัน ยังมีการจัดกิจกรรมคู่ขนานอีกจำนวนมาก ทั้งการประชุมย่อย การสัมมนา งานพบปะนักลงทุน และกิจกรรมขององค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนช่วยสร้างรายได้และการจ้างงานเพิ่มเติมให้กับประเทศ
4. มากกว่าเศรษฐกิจ คือโอกาสสร้างความเชื่อมั่น คุณค่าของการเป็นเจ้าภาพไม่ได้วัดเพียงเม็ดเงินที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุม ประเทศไทยยังจะได้ใช้เวทีนี้นำเสนอวิสัยทัศน์ “Thailand's New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับประชาชน ความยั่งยืน และการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ อีกทั้งเวทีนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ทั้งในด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติของภูมิภาค ยิ่งไปกว่านั้นการพบปะระหว่างรัฐบาล สถาบันการเงิน นักลงทุน และภาคธุรกิจจากทั่วโลก ยังอาจต่อยอดไปสู่ความร่วมมือ การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
5. เล่าเรื่องประเทศไทยผ่านความเป็นไทย (Thainess) อีกหนึ่งสิ่งที่ประเทศไทยจะได้จากการเป็นเจ้าภาพ คือการใช้ความเป็นไทย ถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศสู่ผู้มาเยือน ทั้งวัฒนธรรม การต้อนรับ วิถีชีวิต อาหารไทย และความสะดวกในการเดินทาง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ช่วยสร้างความประทับใจและภาพจำที่ดี ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ การนำผ้าพื้นถิ่น 37 ลายอัตลักษณ์ จาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน มาใช้ตกแต่งและบุผนังห้องประชุมเพื่อช่วยดูดซับเสียง แนวคิดนี้ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังเปิดโอกาสให้วิสาหกิจเพื่อสังคม ชุมชน และผู้ผลิตท้องถิ่นจากทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมบนเวทีระดับโลก พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละพื้นที่ผ่านงานหัตถศิลป์ไทย