ประเทศไทยกำลังนับถอยหลังสู่การเป็นเจ้าภาพการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะต้อนรับผู้แทนจาก 191 ประเทศ กว่า 15,000 คน จากทั่วโลก ภายใต้แนวคิดหลัก “ขอบฟ้าใหม่ของไทย: สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” หรือ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” นอกจากการเป็นเวทีหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินระดับโลกที่เป็นหัวใจหลักแล้ว รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ยังใช้โอกาสนี้นำเสนอ ความเป็นไทยผ่านอาหาร วัตถุดิบท้องถิ่น และงานหัตถศิลป์ เพื่อสร้างความประทับใจและส่งต่ออัตลักษณ์ไทยสู่สายตานานาชาติ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ การยกครัวไทยขึ้นสู่เวทีโลก ด้วยการคัดสรรเมนูอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม โดยกว่า 70% ของวัตถุดิบ มาจากชุมชนท้องถิ่นและสินค้า GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับรสชาติอาหารไทยให้ร่วมสมัย รับประทานง่าย และตอบโจทย์ผู้ร่วมประชุมจากทั่วทุกมุมโลก
อีกหนึ่งเสน่ห์ของประเทศไทย คือ อาหารไทย ที่ผสานวัตถุดิบท้องถิ่น ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ของเชฟไทย จนกลายเป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์และเรื่องราวในทุกจาน พร้อมต้อนรับตัวแทนจากทั่วโลก ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การปรุงอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงการจัดวางอย่างงดงาม ทุกองค์ประกอบสะท้อนถึงความใส่ใจและอัตลักษณ์แบบไทย เช่น ข้าวยําหัวใจไทย ที่พร้อมถ่ายทอดความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินและวิถีเกษตรกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของภูมิภาค เพราะ อาหารไทยไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย แต่ยังเป็น Soft Power ที่พาเรื่องราว วัฒนธรรม และความเป็นไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลก
เมนูเด่นที่เตรียมเสิร์ฟ ล้วนบอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทยผ่านวัตถุดิบพื้นถิ่น ไม่ว่าจะเป็น “ข้าวยำหัวใจไทย” ที่นำข้าว GI อย่างข้าวหอมมะลิพะเยาและข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงมารังสรรค์เป็นเมนูเดียวกัน เมนู ปลานิลดรายเอจรนไฟ ซอสมิโซะเขาใหญ่ ที่นำปลานิลคุณภาพจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านเทคนิคการบ่มแบบสากล จับคู่กับมิโซะที่หมักในพื้นที่เขาใหญ่ / ส่วนของหวานขาดไม่ได้ เป็น ข้าวเหนียวมะม่วง ในรูปแบบร่วมสมัยแต่ยังคงรสชาติดั้งเดิม รวมถึงผลไม้ไทยตามฤดูกาลจากแหล่งผลิต GI ส่งตรงจากชาวสวน
ส่วน พื้นที่จัดการประชุม ได้หยิบยกงานหัตถศิลป์สิ่งทอของไทย โดยคัดสรรผ้าทอและผ้าพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน รวม 37 ลวดลายอัตลักษณ์ ทั่วประเทศไทย มาใช้ตกแต่งห้องประชุมและเป็นวัสดุซับเสียง เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์และภูมิปัญญาไทยสู่สายตาผู้แทนจากทั่วโลก หนึ่งในผลงานไฮไลต์ คือ “บุปผาบรมราชินีนาถ” หรือ “บาติกพฤกษาพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ผลงานของกลุ่มบาติกเดอนารา จังหวัดปัตตานี ที่ถ่ายทอดลวดลายดอกไม้ทรงโปรดและลายเครือเถา ด้วยเทคนิคเขียนเทียนบาติก
บนกรอบผ้า อย่างประณีต
การประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings เดือนตุลาคมนี้ ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสครั้งสำคัญในการร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญของไทย ในการสร้างโอกาส การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ด้วยมรดกทางวัฒนธรรมศาสตร์แห่งอาหารและงานหัตถศิลป์
สิ่งทอจากชุมชน ช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน