(26 ส.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและกล่าวเปิดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (29th ASEAN Labour Ministers Meeting: 29th ALMM and Related Meetings) ซึ่งกระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การพัฒนาทุนมนุษย์อาเซียน: การรับรองทักษะฝีมือสู่การยอมรับในระดับสากล” ระหว่างวันที่ 23–28 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาทักษะแรงงานและสร้างระบบรับรองทักษะที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงาน สนับสนุนการเคลื่อนย้ายแรงงาน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หัวข้อการประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญร่วมกันของอาเซียนในการพัฒนาประชาชนให้มีทักษะที่จำเป็น การสร้างหลักประกันว่าทักษะเหล่านั้นจะได้รับการยอมรับและเชื่อถือในระดับสากล โดยอาเซียนมีประชากรรวมเกือบ 700 ล้านคน เป็นกำลังแรงงานกว่า 357 ล้านคน ถือเป็นหนึ่งในแหล่งทุนมนุษย์ขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูงของโลก ซึ่งประชาชนและทักษะของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของภูมิภาค ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ในขณะที่อาเซียนยังต้องเผชิญกับช่องว่างด้านการเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะ เทคโนโลยี โอกาสในการสร้างรายได้ สุขภาพ และการคุ้มครองทางสังคม อีกทั้ง เทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน เศรษฐกิจกำลังก้าวสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่สังคมกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ส่งผลให้เกิดรูปแบบการจ้างงานใหม่และความต้องการทักษะด้านดิจิทัล AI ทักษะสีเขียว และทักษะสำหรับเศรษฐกิจภาคการดูแลเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น การรับรองทักษะจึงมีความสำคัญ เพื่อให้แรงงานสามารถแสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่และได้รับการยอมรับในทุกประเทศที่เดินทางไปทำงาน ดังนั้นคุณวุฒิหรือทักษะที่ได้รับจากประเทศสมาชิกอาเซียนควรช่วยเปิดโอกาสให้แรงงานเข้าถึงงานในประเทศอื่น ๆ ทั้งในและนอกภูมิภาค ซึ่งจะสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเคลื่อนย้ายแรงงาน และการเข้าถึงงานที่มีคุณค่าและรายได้ที่ดีขึ้น
สำหรับประเทศไทย รัฐบาลกำลังพัฒนามาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge) เพื่อเชื่อมโยงสิ่งที่ประชาชนเรียนรู้ตลอดชีวิตเข้ากับงานที่แท้จริงและรายได้ที่ดีขึ้น โดยใช้เครื่องมือ เช่น ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และการรับรองประสบการณ์และการเรียนรู้เดิม (Recognition of Prior Learning: RPL) เพื่อให้ทักษะที่ได้รับจากสถานศึกษา การทำงาน หรือประสบการณ์ ได้รับการรับรองและสามารถต่อยอดไปสู่โอกาสทางอาชีพที่เป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายของรัฐบาลไทยคือ แรงงานทุกคน รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ควรมีโอกาสยกระดับทักษะและพัฒนาทักษะใหม่ สามารถเข้าถึงงานที่มีคุณค่า และมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน การลงทุนในประชาชนจึงหมายถึงการช่วยให้ประชาชนมีทักษะที่เหมาะสม เข้าถึงงานและรายได้ที่ดีขึ้น และได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม โดยต้องครอบคลุมถึงแรงงานนอกระบบและผู้ที่อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังด้วย
นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ไม่มีประเทศใดสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้เพียงลำพัง อาเซียนจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกและประเทศหุ้นส่วน เพื่อให้คุณวุฒิและทักษะสามารถเทียบเคียง เป็นที่เชื่อถือ และได้รับการยอมรับข้ามพรมแดน พร้อมสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดี และนำผลการหารือไปสู่ความร่วมมือและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม การทำงานร่วมกันจะช่วยให้อาเซียนยกระดับมาตรฐานทักษะ สร้างโอกาสที่มากขึ้นให้แก่ประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของภูมิภาค และความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยสร้างประชาคมอาเซียนที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ นำไปสู่งานที่ดีขึ้น รายได้ที่ดีขึ้น และความมั่นคงที่มากขึ้นสำหรับประชาชน พร้อมสร้างหลักประกันว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
การประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน เป็นกลไกความร่วมมือระดับรัฐมนตรีด้านแรงงานของอาเซียน จัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี เพื่อหารือ กำหนดนโยบาย และส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภูมิภาค สำหรับการประชุมครั้งนี้กระทรวงแรงงานมุ่งผลักดันเสาหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1) การรับรองหลักสูตรฝึกอบรมทักษะอาเซียน 2) การรับรองมาตรฐานทักษะอาเซียน และ 3) การรับรองศูนย์ความเป็นเลิศอาเซียน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 350 คน ประกอบด้วย รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงที่กำกับดูแลด้านแรงงานของประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจาอาเซียนบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) เลขาธิการอาเซียน และผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ
ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือทวิภาคีกับ ดาโต๊ะ เซอรี เซอเตีย อาวัง ฮัจยี อะห์หมัดดิน ฮัจยี อับดุล เราะห์มาน รัฐมนตรีประสานงานด้านนโยบายสังคมและกำลังคน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแห่งบรูไนดารุสซาลาม โดยนายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไทยและบรูไนมีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านแรงงานที่มีความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานไทยมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางพัฒนาบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจ้างแรงงานไทยไปทำงานในบรูไน ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการการจัดส่งและการจ้างงานอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อนายจ้างและแรงงาน พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับการดูแลสิทธิ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของแรงงานไทย ตั้งแต่กระบวนการจัดหางาน สัญญาจ้าง ที่พัก การดูแลสุขภาพและประกันภัย ตลอดจนการมีกลไกประสานงานและช่วยเหลือแรงงานอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในบรูไน ย้ำว่ากระทรวงแรงงานพร้อมทำงานร่วมกับฝ่ายบรูไนอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนากรอบความร่วมมือด้านแรงงานให้มีความชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ รวมทั้งส่งเสริมโอกาสให้แรงงานไทย โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะและศักยภาพ ได้เข้าถึงโอกาสการทำงานที่เหมาะสมในบรูไน และได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างมีมาตรฐาน
นอกจากนี้ยังได้หารือทวิภาคีกับนางสาวจัสมิน เลา (Ms. Jasmin Lau) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกำลังคน สาธารณรัฐสิงคโปร์ และคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านแรงงานในกรอบอาเซียน โดยเฉพาะแผนงานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM Workplan) ค.ศ. 2026–2030 ซึ่งนายจุลพันธ์ ได้ย้ำถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างไทยและสิงคโปร์ ที่ใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานในสิงคโปร์เกือบ 19,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคก่อสร้าง ซึ่งแรงงานไทยได้รับการยอมรับในด้านทักษะและฝีมือ กระทรวงแรงงานจึงมุ่งพัฒนาศักยภาพแรงงานไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานและความต้องการของตลาดแรงงานต่างประเทศ พร้อมทั้งขอบคุณฝ่ายสิงคโปร์ที่ให้การดูแลและคุ้มครองแรงงานไทยที่ทำงานในสิงคโปร์เป็นอย่างดี โดยพร้อมเดินหน้าความร่วมมือกับสิงคโปร์ ทั้งด้านการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการส่งเสริมโอกาสการจ้างงานที่เหมาะสม เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานไทยให้สามารถแข่งขันและตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
#นายกเปิดประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน #พัฒนาทุนมนุษย์สู่การยอมรับในระดับสากล #เพิ่มโอกาสการจ้างงาน #สร้างรายได้ให้ประชาชน #กระทรวงแรงงาน #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง