(1 มิ.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เชิญชวนประชาชนที่เข้าร่วม โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ไปใช้สิทธิ โดยมีข้อความระบุว่า “ไทยช่วยไทย พลัส เริ่มแล้ว อย่าลืมออกไปจับจ่ายใช้สอยกันตามส่วน 60/40 นะครับ”
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมของการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ณ ตลาดสดธนบุรี ถนนบรมราชชนนี ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ เพื่อประเมินความพร้อมของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ระบบการชำระเงิน และการให้บริการในพื้นที่จริง โดยได้พบปะประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมรับฟังข้อคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะจากผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ รวมทั้งติดตามการทำงานของระบบและกระบวนการให้บริการ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง จากการมาสำรวจรู้สึกดีใจที่เห็นประชาชนมาใช้จ่ายกับโครงการ ซึ่งช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนได้จริง ๆ และได้รับการยืนยันจากประชาชนว่าการใช้จ่ายผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ใช้งานง่าย ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย ใช้งานสะดวก
นายเอกนิติ เน้นย้ำว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ที่รัฐบาลสมทบค่าใช้จ่ายให้ 60% หรือ 200 บาทต่อวัน และประชาชนจ่ายเอง 40% หรือ 133 บาทต่อวัน รวมเป็น 333 บาทต่อวัน วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือน ผู้ที่มีสิทธิไม่จำเป็นต้องใช้วันแรก ใช้เมื่อไรก็ได้ ไม่ตัดสิทธิ แต่ให้ใช้จ่ายให้หมดภายในเดือนไม่สมทบในเดือนถัดไป เพราะวัตถุประสงค์โครงการไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชน แก้วิกฤตปากท้องของประชาชน ให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าราคาถูกลง
การใช้สิทธิวันแรก (1 มิ.ย. 69) ประชาชนและร้านค้าใช้สิทธิผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” กันอย่างคึกคัก เวลา 17.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 1,084.43 ล้านบาท โดยประชาชนจ่าย 454.78 ล้านบาท รัฐร่วมจ่าย 629.65 ล้านบาท จำนวนผู้ใช้จ่าย 5 ล้านคน และจำนวนร้านค้าที่มีการใช้จ่าย 5.66 แสนร้านค้า โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิซื้อสินค้ากับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ โดยชำระผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 23.00 น. และสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 21.00 น.
ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 มิ.ย. 69) เป็นวันแรกที่รัฐบาลได้โอนเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน ทำให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับวงเงินรวม 1,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กันยายน 2569 มีผู้มาใช้สิทธิตรวจสอบข้อมูล และสแกนใบหน้าเพื่อเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในครัวเรือน อาทิ ข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันพืช น้ำปลา และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหลายราย รู้สึกดีใจและขอบคุณรัฐบาลที่เพิ่มวงเงินช่วยเหลือ เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม และตั้งใจใช้สิทธิเต็มวงเงิน 1,000 บาท เพื่อซื้อสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ และหวังให้มีมาตรการช่วยเหลือลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า ขณะนี้มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้ว 1.05 ล้านร้านค้า ซึ่งยังเปิดให้ร้านค้าใหม่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแล้ว นายเอกนิติได้แนะนำให้ร้านค้าใช้งาน AI “นกกระซิบ” ซึ่งเป็น AI Chatbot สำหรับร้านค้า ที่อยู่บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อให้ร้านค้าใช้ในการวิเคราะห์ยอดขายเป็นรายวัน วิเคราะห์ช่วงเวลาที่ขายดีที่สุด ราคาขายเฉลี่ย และสามารถเตรียมสินค้า เปรียบเทียบราคา ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และวางแผนบริหารร้านค้าได้แม่นยำมากขึ้น ที่สำคัญสามารถนำข้อมูลการขายไปขอสินเชื่อในระบบได้ โดยไม่ต้องกู้นอกระบบ
กรณีกลุ่มผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน นายเอกนิติ กล่าวว่า บุคคลที่ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือรายได้น้อย น่าจะอยู่ในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว โดยวันที่ 2 มิถุนายน 2569 กระทรวงการคลัง จะเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบสิทธิใหม่ โดยจะนำสิทธิของผู้รับสิทธิเก่า ซึ่งปัจจุบันมี 13.18 ล้านคน มาคัดกรองตามเกณฑ์ใหม่ คาดว่าปริมาณผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจลดลง 20 – 40% ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ตกหล่นหรือเป็นผู้มีรายได้น้อย สามารถไปติดต่อได้ที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อเก็บตกมาคัดกรองใหม่โดยไม่มีการเปิดลงทะเบียนใหม่
#ไทยช่วยไทยพลัสลดค่าครองชีพ #ประชาชนใช้สิทธิคึกคักทั่วประเทศ #AIนกกระซิบช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย #กระทรวงการคลัง #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง