(11 ต.ค. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 44 และ 45 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง วันที่ 3 (9-11 ต.ค.) ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ณ เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ถกนิวซีแลนด์ร่วมลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง-ธุรกิจพลังงาน
เวลา 09.25 น. นายกฯ หารือกับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ โดยทั้ง 2 ประเทศมั่นใจในการบรรลุเป้าหมายการค้า 3 เท่าภายในปี 2569 เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทย-นิวซีแลนด์ และได้หารือประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
• ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน จะมุ่งเน้นในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ
• นิวซีแลนด์ได้ชื่นชมการเข้ามาลงทุนระบบ Data Center และ Cloud ของ Google สะท้อนว่าประเทศไทยมีความสามารถและเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งนิวซีแลนด์มีความสนใจการลงทุนเทคโนโลยีชั้นสูงและพลังงานทดแทน
• ชื่นชมความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย โดยเฉพาะโครงการ พัฒนาเกษตรอัจฉริยะ (smart farming ) ทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงแนวทางปฏิบัติด้านการเกษตรซึ่งกันและกัน
• เห็นพ้องร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา รวมถึงการแลกเปลี่ยนนักเรียนนักศึกษา และพิจารณาเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกัน รวมถึงการท่องเที่ยว สะท้อนถึงความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นระหว่างไทยและนิวซีแลนด์
เวลา 10.15 น นายกฯ ได้สนทนากับ นายอิชิบะ ชิเกรุ (His Excellency ISHIBA Shigeru) นายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น โดยนายกฯ ญี่ปุ่นยืนยันที่จะร่วมมือกับไทยต่อไปทั้งในด้านพลังงาน อุตสาหกรรม เทคโนโลยีใหม่ ๆ ของยานยนต์ พร้อมระบุว่า ส่วนตัวได้เดินทางมาประเทศไทยกว่า 7 ครั้ง และยังได้เคยมาศึกษาดูงานด้านการทหารของไทย จึงหวังที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในด้านความมั่นคง ซึ่งนายกฯ จะมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือกับฝ่ายญี่ปุ่นต่อไป
นายกฯ ร่วมเวทีเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 19
เวลา 11.10 น. นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 19 (19th East Asia Summit: EAS) ชื่นชมบทบาทและความเป็นผู้นำของ สปป. ลาว ในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ พร้อมเน้นย้ำประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกนี้ ประเทศไทยยืนยันความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับทุกพันธมิตรเพื่อให้แผนปฏิบัติการ EAS (EAS Plan of Action) ที่ได้รับการรับรองเมื่อปีที่ผ่านมา รวมทั้งมุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก (ASEAN Outlook on the Indo-Pacific: AOIP) เป็นแนวทางในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับพันธมิตรภายนอกทั้งหมด เพื่อสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกัน โดยประเทศไทยจะสนับสนุนการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและการบูรณาการอย่างเต็มที่
ประเด็นที่อาเซียนมีข้อห่วงกังวลร่วมกัน
- ประเด็นของประเทศเมียนมา ซึ่งไทยยังคงมุ่งมั่นต่อฉันทามติ 5 ข้อ (Five-Point Consensus) และสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการมีเมียนมาที่สงบสุข มีเสถียรภาพ และเป็นหนึ่งเดียว ขณะที่มีการเรียกร้องให้ลดความรุนแรง ประเทศไทยให้ความสำคัญกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยมอบเงินเพิ่มเติมจำนวน 290,000 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่ศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) สนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมา ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานที่สร้างสรรค์และเป็นรูปธรรมของไทยในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกันของประชาคมอาเซียน
- ประเด็นต่าง ๆ ในทะเลจีนใต้ ควรเป็นทะเลแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยไทยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น โดยไทยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมภายใต้ปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration of the Conduct of Parties in the South China Sea - DOC) ขณะเดียวกันต้องพยายามผลักดันให้สรุปแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct in the South China Sea: COC) โดยเร็ว ซึ่งจะต้องมีเนื้อหาสาระและมีประสิทธิผลสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ปี ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
- ประเด็นปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี ไทยมีความกังวลกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น โดยขอเรียกร้องให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) ปฏิบัติตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยประเทศไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อบรรลุสันติภาพและเสถียรภาพอย่างยั่งยืนในคาบสมุทรเกาหลีที่ปลอดอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป
- ประเด็นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นและสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายลงในฉนวนกาซา ขอเรียกร้องให้ยุติการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ทั้งหมด และเรียกร้องให้มีการคุ้มครองพลเรือนตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งไทยยังสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างไม่มีข้อจำกัด และการบรรลุแนวทางแก้ไขปัญหาสองรัฐให้เป็นจริง (Two-State solution) และได้เน้นย้ำถึงการเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันทั้งหมดโดยทันที ขณะนี้ยังมีคนไทยจำนวน 6 คน ที่ถูกจับกุมตัวอยู่ในฉนวนกาซา
ออสเตรเลียปลื้มหมูเด้ง สร้างความโดดเด่นท่องเที่ยวไทย
เวลา 12.15 น. นายกฯ หารือทวิภาคีกับนายแอนโทนี อัลบาเนซี (The Honourable Anthony Albanese MP) นายกรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลีย ที่ปลื้ม "หมูเด้ง" ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับการท่องเที่ยว และชื่นชมไทยมี พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ขณะที่นายกฯ แพทองธาร ขอบคุณที่ดูแลคนไทยกว่า 100,000 คน รวมถึงนักเรียนกว่า 25,000 คน ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการศึกษาในทุกระดับ สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจไทยจะสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ตามแนวทางการทูตทางเศรษฐกิจเชิงรุกของไทยและยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย 2583 เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนสองทาง รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติดและความปลอดภัยของมนุษย์
ไทย-ออสเตรเลีย สนใจแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเกษตรระหว่างกัน รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอาหาร อาหารทางเลือกและฮาลาล เพื่อเจาะตลาดใหม่ ๆ และขอบคุณการสนับสนุนของออสเตรเลียในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย
นายกฯ พอใจภาพรวมประชุมสุดยอดอาเซียนตลอด 3 วัน
นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมและผลสำเร็จในการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 44 และ 45 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากผู้นำอาเซียน ซึ่งไทยและสิงคโปร์ถือเป็นผู้นำใหม่ที่ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุมได้คุยหารือถึงภาพรวมของความร่วมมือมุ่งเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ แสวงหายุทธศาสตร์ความร่วมมือเพื่อการลงทุน โดยในการประชุม 3 วันที่ผ่านมาได้เข้าร่วมกว่า 20 การประชุม
ประเด็นสำคัญที่ได้มีการพูดถึงในเวทีอาเซียน อาทิ ความเชื่อมโยงการท่องเที่ยว โดยได้มีการหารือเพื่อให้เพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างกันมากขึ้น (ฟรีวีซ่า) การบริหารจัดการน้ำ ซอฟต์พาวเวอร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน รวมถึงความมั่นคงของมนุษย์ เช่น ความมั่นคงทางอาหาร พลังงานสีเขียว โดยทุกประเทศยังเห็นพ้องถึงการรักษาอาเซียนให้เป็นภูมิภาคที่สงบสุข สำหรับสถานการณ์ในเมียนมาไทยพร้อมเป็นพื้นที่ให้ทุกฝ่ายพูดคุยกันเพื่อความสุขสงบและสันติภาพในภูมิภาคอาเซียนรวมกัน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี
ในการหารือทวิภาคี 12 ประเทศ ทุกประเทศให้การสนับสนุนการท่องเที่ยว ในโครงการ 6 countries 1 destination รวมไปถึงการแก้ปัญหาข้ามพรมแดน การบริหารจัดการน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมหารือนายกฯ ออสเตรเลียแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี เรียนรู้ประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ โดยให้จัดตั้งคณะทำงานต่อไป สำหรับในปี 2568 ไทย-จีนจะครบรอบ 50 ปี โดยประกาศให้เป็น “ปีทอง” และจัดกิจกรรมตลอดทั้งปีเพื่อเฉลิมฉลองร่วมกัน
#นายกย้ำจุดยืนไทยต่อสถานการณ์โลกเรียกร้องสันติภาพพร้อมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับพันธมิตรภายนอก #กระทรวงการต่างประเทศ #กระทรวงพาณิชย์ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง