เปิดมหกรรมสมุนไพรนานาชาติ โชว์ศักยภาพสมุนไพรไทย-ศูนย์กลางเมืองสมุนไพรสู่สายตาโลก

เปิดมหกรรมสมุนไพรนานาชาติ โชว์ศักยภาพสมุนไพรไทย-ศูนย์กลางเมืองสมุนไพรสู่สายตาโลก สร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทย-จีน จับมือพัฒนาวัตถุดิบ เฟสแรก 250 ล้านบาท

          (8 มิ.ย. 67) ที่ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จ.มหาสารคาม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรองประธานกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ เปิดงานและปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “สมุนไพรไทย พัฒนาเศรษฐกิจไทย” ในงานมหกรรมสมุนไพรนานาชาติ International World Trade of Herbal city 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 11 มิถุนายน 2567 พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมทั้งงานวิจัยของสมุนไพรที่ปลูกในประเทศไทย โดยมี นายวิบูลย์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผู้ประกอบการสมุนไพรทั้งในและต่างประเทศ ร่วมงาน

สธ.ยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ Medical Hub  

กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น แพทย์แผนไทย สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตอบรับนโยบายรัฐบาลในการเป็น Medical Hub ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 - 2570

ปี 2566 ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรของไทย มีมูลค่า 57,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% 

ส่งออกสมุนไพรเฮอร์เบิลแชมเปี้ยน 15 รายการ มูลค่า 2,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% 

เกิดการจับคู่ธุรกิจ มากกว่า 3,000 คู่ สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1,300 ล้านบาท 

ปี 2567 (เม.ย.) ได้ประกาศรายชื่อเมืองสมุนไพร (Herbal city) 16 จังหวัด ใน 3 คลัสเตอร์

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกขับเคลื่อนเมืองสมุนไพร 16 จังหวัด 

ภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ 

1.ด้านเกษตรและวัตถุดิบสมุนไพร ได้แก่ จังหวัดอำนาจเจริญ สุรินทร์ มหาสารคาม อุทัยธานี สกลนคร และสระแก้ว สร้างรายได้ระดับพื้นที่สะสม 1,837 ล้านบาท

 2.ด้านอุตสาหกรรมสมุนไพร ได้แก่ จังหวัดนครปฐม สระบุรี ปราจีนบุรี และจันทบุรี สร้างรายได้ระดับพื้นที่สะสม 3,720 ล้านบาท

 3.ด้านท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงามและการแพทย์แผนไทย ได้แก่ จังหวัดเชียงราย น่าน พิษณุโลก อุดรธานี สุราษฎร์ธานี และสงขลา สร้างรายได้ระดับพื้นที่สะสม 6,226 ล้านบาท

จ.มหาสารคาม เป็น 1 ใน 6 จ.คลัสเตอร์เกษตรวัตถุดิบสมุนไพรครบวงจร

จ.มหาสารคาม มีเกษตรกรปลูกสมุนไพรมากกว่า 300 ราย มีพื้นที่ปลูกสมุนไพรได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี มีแปลงปลูกสมุนไพรกลุ่มใหญ่ 6 กลุ่ม แปลงออร์แกนิค 300 ไร่ มูลค่าการขายวัตถุดิบเพิ่มขึ้นทุกปี 

ปี 2566 มีมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท

ปี 2567 คาดจะมีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

ยาสมุนไพรมีคุณภาพ มีการใช้ยาทดแทนยาแผนปัจจุบันในสถานบริการสาธารณสุข เพิ่มขึ้นถึง 21% 

เป็นแหล่งสมุนไพรคุณภาพที่ส่งคู่ค้ารายสำคัญ เช่น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และตลาดเอกชน อีกหลายบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ

บันทึกข้อตกลงพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบ-ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เฟสที่ 1

  ภายในงาน ยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงการพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมทั้งงานวิจัยของสมุนไพรที่ปลูกในประเทศไทย นำมาใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ มูลค่า 250 ล้านบาท (เฟสที่1) ระหว่าง บริษัท เจี๊ยเก๋อ เกาซัว เมดิคอล เทคโนโลยี (เซี่ยงไฮ้) จำกัด สาธารณรัฐประชาชนจีน กับบริษัท สยาม วิสดอม จำกัด, บริษัท กวิ จำกัด, บริษัท ไทย เรย์ อินเตอร์เนชั่นแนล แอนด์ ดีเวลล้อปเม้นท์ จำกัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม 

สร้างระบบการค้าอย่างยั่งยืน ด้วยการบริหารซัพพลายเชน 

การวิจัย พัฒนา และการซื้อขายวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพร

มีระยะเวลาการทำงานอย่างน้อย 5 ปี 

มูลค่าการซื้อขายเริ่มต้นในช่วงแรก 250 ล้านบาท

งานมหกรรมสมุนไพรนานาชาติ รวมกว่า 100 บูธแสดงศักยภาพ

งานมหกรรมสมุนไพรนานาชาติเปิดโอกาสให้เกษตรกรกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง และเมืองสมุนไพรทั่วประเทศแสดงศักยภาพการเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการสมุนไพรรายใหญ่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนงานพัฒนาเมืองสมุนไพรอย่างต่อเนื่องในอนาคต 

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย บูธเมืองสมุนไพร บูธนวดไทยและบริการด้านแพทย์แผนไทย บูธวิชาการ งานวิจัยและนวัตกรรมด้านสมุนไพร จากหน่วยงานและภาคีเครือข่าย บูธผู้ประกอบการสมุนไพรทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อการจับคู่ธุรกิจ การแสดงสินค้าเกษตรปลอดภัยจากกลุ่ม Young Smart Farmer และ OTOP จ.มหาสารคาม รวมกว่า 100 บูธ มีผู้ประกอบการสมุนไพรทั้งในและต่างประเทศ เช่น จีน เวียดนาม ลาว ประชาชนทั่วไป นักศึกษา นักธุรกิจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า 10,000 คน

สธ.ขับเคลื่อน Wellness and Medical Hub

 (6 มิ.ย. 67) มีการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 5/2567 ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายเรื่องต่างๆ อาทิ การดำเนินงาน IGNITE THAILAND การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพนานาชาติ (Wellness and Medical Hub) 

ประเทศไทยติดอันดับโลกทั้งด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการดูแลสุขภาพ ปี 2565 มีผู้ป่วยต่างชาติมารักษา 34,088 ครั้ง สร้างรายได้กว่า 34,000 ล้านบาท 

มีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพถึง 14,023 แห่ง 

มีการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นอันดับ 4 ของเอเชีย ประมาณ 60,368 ล้านบาท

กำหนดเป้าหมายระยะเร่งด่วน 100 วัน จะมีการเปิดระบบ MT - VISA (Medical Treatment VISA) อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ พร้อมทั้งเจรจาให้มีการรองรับสวัสดิการรักษาพยาบาลแห่งรัฐและประกันเอกชน รวมถึงอำนวยความสะดวกกระบวนการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่กระชับ รวดเร็วและโปร่งใส

 

#โชว์ศักยภาพสมุนไพรไทย #กระทรวงสาธารณสุข #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar