เกาะติดนายกฯ ทัวร์นกขมิ้น จ.กาญจนบุรี แก้ปัญหาระดับพื้นที่และรับฟังปัญหาประชาชน

เกาะติดนายกฯ ทัวร์นกขมิ้น จ.กาญจนบุรี แก้ปัญหาระดับพื้นที่และรับฟังปัญหาประชาชน

 ภารกิจตรวจราชการ วันที่ 11 พ.ค. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี วันที่ 2 ของทัวร์นกขมิ้น 

ลุยแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากรับฤดูฝน

- เวลา 09.30 น. ณ แก้มลิงตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ติดตามปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในพื้นที่เทศบาล โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และคณะ ร่วมติดตาม 

 โดยการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ชุมชนตามผังเมืองรวมกาญจนบุรี อำเภอเมืองกาญจนบุรี จากกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ดำเนินการแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 งบประมาณปี พ.ศ. 2567 องค์ประกอบงานเกี่ยวกับระบบระบายน้ำบ้านหัวนาล่าง 2) ระยะที่ 2 งบประมาณปี พ.ศ. 2568 องค์ประกอบงานเกี่ยวกับงานก่อสร้างระบบระบายน้ำบริเวณโค้งทางรถไฟ และ ระยะที่ 3 งบประมาณ ปี พ.ศ. 2569 องค์ประกอบงานเกี่ยวกับระบบระบายน้ำบ้านเขาใหญ่-บ้านพุรางนิมิตร

ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณถนนพัฒนากาญจน์และถนนแสงชูโตบริเวณ อบจ. พร้อมทั้งรับทราบถึงความจำเป็นในการดำเนินโครงการระบบสูบน้ำทุ่งท่าล้อ เพื่อผันน้ำบางส่วนจากห้วยน้ำใสไประบายลงแม่น้ำแม่กลองโดยวิธีการสูบน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะระบายผ่านห้วยนาคราช และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในทุ่งท่าล้อ รวมถึงรับทราบแผนการพัฒนาพื้นที่บริเวณย่านสถานีกาญจนบุรีจากการรถไฟแห่งประเทศไทย แบ่งการพัฒนาเป็น 3 โซน คือ 1) พื้นที่ตลาดกลางค้าปลีกค้าส่ง 2)พื้นที่ที่อยู่อาศัยระยะยาว 3) พื้นที่สวนสาธารณะ

ย้ำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่รอไม่ได้

นายกฯ โพสต์ย้ำ การติดตามโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่เทศบาลเมืองกาญจนบุรีที่น้ำท่วมทุกฤดูฝน ประชาชนเดือดร้อนทุกปี เน้นย้ำว่า โครงการสร้างท่อลอดที่ได้รับงบประมาณไปแล้วในปี 2567 รวมทั้งขุดแก้มลิงเพิ่ม จะต้องแล้วเสร็จ ก่อนหน้าน้ำจะมาถึงเพราะน้ำท่วมสร้างความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจ และกระทบชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ได้งบมาแล้ว ต้องทำงานให้ไว มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่รอไม่ได้

ติดตามความก้าวหน้าอุตสาหกรรมโคนม จ.กาญจนบุรี 

- เวลา 10.00 น. ณ ฟาร์มโคนมบ้านพุประดู่ (mMilk dairy farm) ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี พูดคุยและรับฟังข้อมูลพื้นฐานด้านปศุสัตว์โคนมจังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะเข้าร่วม

นายกฯ ได้ป้อนนมลูกวัว ก่อนรับฟังข้อมูลพื้นฐานด้านปศุสัตว์โคนมจังหวัดกาญจนบุรี พบว่าจังหวัดมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จำนวน 705 ราย โคนม จำนวน 23,393 ตัว โคกำลังรีดนม จำนวน 10,316 ตัว กระจายตัวในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกา อำเภอด่านมะขามเตี้ย โดยมีฟาร์มที่ได้รับการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคนม (GAP) จำนวน 583 แห่ง มีศูนย์รวบรวมน้ำนมและโรงแปรรูป โดยแบ่งเป็นศูนย์รวบรวมน้ำนม จำนวน 9 ศูนย์ โรงงานแปรรูป จำนวน 2 โรงงานฟาร์ม จำนวน 1 ฟาร์ม

 พร้อมสอบถามข้อมูลในประเด็นปัญหาการเลี้ยงโคนม โดยเฉพาะอุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้น โดยเจ้าหน้าที่อธิบายว่า สภาพอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อความเครียดของโคนม (heat stress) ทำให้โคนมมีปริมาณน้ำนมน้อยกว่าปกติ รวมทั้งปัญหาต้นทุนราคาอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น นายกฯ ได้แนะนำให้มีการปรับเปลี่ยนโรงเลี้ยงโคนมช่วยการระบายอากาศร้อน พร้อมมุ่งเน้นการตลาดให้ดี ทำให้ครบวงจร และนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดได้ ก่อนลองชิมกาแฟขี้ชะมด ผลิตภัณฑ์ของดีของจังหวัดกาญจนบุรี

เล็งใช้ จ.กาญจนบุรีโมเดลเลี้ยงโคนม

นายกฯ โพสต์ว่า กาญจนบุรีมีการเลี้ยงโคนมมากพอสมควร มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 819 ล้านบาท/ปี ภาพรวมของอุตสาหกรรมนมภาครัฐยังต้องเข้ามาช่วยเรื่องพัฒนาทั้งคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และการตลาด รวมถึงการปรับบริหารจัดการเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง จึงขอให้กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ เข้ามาดูตรงนี้ 

“รัฐบาลมีนโยบายจะส่งเสริมและยกระดับการเลี้ยงโคนมให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้กาญจนบุรีเป็นโมเดลเรื่องการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานสากล และครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีการปลูกถั่วเพื่อปรับหน้าดิน ทำให้เพิ่มธาตุอาหารไนโตรเจนในดินมากขึ้น การปลูกข้าวโพด เพื่อใช้ซังข้าวโพดมาทำอาหารวัว แทนการเผา ลด PM 2.5 และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น นมแบบไม่มีแลคโตส เพื่อขยายตลาดนมพร้อมดื่มให้โตขึ้น”

ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงชายแดน ด่านศุลกากร แรงงานข้ามชาติ

- เวลา 13.00 น. ณ กองพลทหารราบที่ 9 อำเภอเมืองกาญจนบุรี ประชุมหารือประเด็นปัญหาและการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี (สถานการณ์ความมั่นคงชายแดน ด่านศุลกากร และแรงงานข้ามชาติ) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วม รับทราบรายงานผลการดำเนินงาน ตามข้อสั่งการของนายกฯ การแก้ไขปัญหาจังหวัดกาญจนบุรี สรุปสถานการณ์ด้านชายแดน การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การลักลอบนำเข้ายาเสพติด มาตรการควบคุมยางพาราในพื้นที่จากกองกำลังสุรสีห์

 นายกฯ ระบุว่า ได้เดินทางมาจังหวัดกาญจนบุรีเป็นครั้งที่ 2 เพื่อมาติดตามแนวทางการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี โดยขอบคุณผู้ว่าฯ และกองทัพ เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปัญหาที่ดินทำกินเอกสารสิทธิ 2481 ที่คืบหน้าไปมาก ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องที่ดินทำกิน รวมถึงการดูแลภัยแล้ง โดยเชื่อว่าไม่มีเรื่องของการขาดแคลนน้ำ เพราะมี 3 เขื่อน ต้องบริหารจัดการให้ดีโดยเฉพาะการจัดท่อส่งให้เพียงพอ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งฝ่ายความมั่นคง GISTDA ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการด้วยทรัพยากรที่มีให้เต็มประสิทธิภาพ 

ประกาศล้างบางยาเสพติดใน 90 วันให้เป็นรูปธรรม

ส่วนสถานการณ์การค้าชายแดน นายกฯ ย้ำว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ขอขอบคุณกำลังพล และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยกันทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างหนัก สกัดการลักลอบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย มาตรการควบคุมยางพาราในพื้นที่ ส่งผลดีต่อราคายางในประเทศดีขึ้น การลักลอบนำเข้ายาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จับกุมได้มากกว่าปีก่อน ๆ ถึง 3-4 เท่า แต่ supply ยังเข้ามาอยู่มาก จึงฝากทุกฝ่ายช่วยกันทำหน้าที่หนักขึ้น ให้แก้ปัญหามีผลเป็นรูปธรรมใน 90 วัน ให้ยาเสพติดหมดไป จัดการผู้ค้าทั้งรายใหญ่ รายย่อยให้ราบคาบ และบำบัดลูกหลานที่ติดยา พร้อมย้ำไม่ว่าจะเป็นครึ่งเม็ดหรือหนึ่งเม็ด ถ้าเป็นผู้ขายจับทันที แต่หากเป็นผู้เสพและมอบตัวก็จะเป็นผู้ป่วย นำไปสู่การบำบัดรักษาต่อไป

พัฒนาระบบคมนาคมขยายตลาดส่งออกเติบโต

นายกฯ ได้ย้ำ เรื่องการค้าขายชายแดนที่มีการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่ดีต่าง ๆ รองรับ ทั้งรถไฟทางคู่ หรือรถไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ดี เพราะสามารถร่นระยะเวลาในการขนส่งสินค้าได้เร็วขึ้น รัฐบาลให้ความสำคัญโดยขับเคลื่อนนโยบาย National Single Window ให้เป็น One Stop Service อย่างแท้จริง โดยให้หน่วยงานกรมศุลกากรนำร่อง และขอความร่วมมือทุกหน่วยงาน ขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จภายในเดือนกันยายนนี้ สอดคล้องกับการพัฒนาโครงการพื้นฐานไปพร้อมกัน

ตรวจการค้าชายแดน ด่านพระเจดีย์สามองค์ เข้มงวดยาเสพติด

- 15.00 น. ณ จุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตรวจเยี่ยมสถานการณ์การค้าชายแดน รับทราบรายงานปริมาณการค้านำเข้า-ส่งออกด่านพรมแดนฯ พร้อมเน้นย้ำต้องเข้มงวดเรื่องยาเสพติดเป็นพิเศษ ตรวจค้นเอ็กซเรย์อย่างเด็ดขาด ก่อนเดินทางไปยังวัดวังก์วิเวการาม อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสักการะหลวงพ่ออุตตมะ

โดยนายกฯ โพสต์ย้ำว่า รัฐบาลไม่เคยมองข้ามความสำคัญของชายแดนไทย-พม่ากว่า 2,000 กิโลเมตร เน้นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องตามแนวชายแดน ความเข้มงวดในการสกัดกั้นยาเสพติด และสินค้าเถื่อน รวมถึงการกวดขันไม่ให้มีการหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย

ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม-ประเพณีด้านศาสนา หนึ่งใน Soft Power 

- เวลา 15.30 น. ณ วัดวังก์วิเวการาม (หลวงพ่ออุตตมะ) ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี นายกฯ เข้ากราบสักการะสรีระสังขารพระราชอุดมมงคล (หลวงพ่ออุตตมะ) อดีตเจ้าอาวาส และได้กราบนมัสการพระมหาสุชาติ สิริปญฺโญ ป.ธ.9. เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม และเจ้าคณะอำเภอสังขละบุรี 

จากนั้น ได้เดินทางต่อไปที่สะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) เพื่อหารือการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี ได้ทักทายประชาชน และประแป้งทานาคาเป็นรูปหัวใจ พร้อมชิมกาแฟโบราณกับขนมท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อ และร่วมรับชมระบำกะเหรี่ยง ก่อนเดินชมทัศนียภาพและความสวยงามที่บริเวณสะพานมอญ 

ธรรมชาติสวย วิถีชีวิตงดงาม ต้องกาญจนบุรี

นายกฯ โพสต์ย้ำ “ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติของกาญจน์มีมาก หลายท่านอาจเคยสัมผัสแล้ว หลังแวะเช็คอินวัดวังก์วิเวการาม และไปเที่ยวสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือ สะพานมอญ สะพานไม้ที่ยาวที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก แถมวิวสวยมาก ๆ ด้วย ขอบคุณการต้อนรับด้วยการทาทานาคาบนแก้ม และการแสดงน่ารัก ๆ คนมอญน่ารักใจดี เสน่ห์ของวัฒนธรรมมอญ เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นี่ สังขละมีความพร้อมขนาดนี้ ฝากโจทย์ให้ ผอ.ททท. ไปลองวางแผนว่าจะทำอย่างไร จะมีนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และทำอย่างไร จะสามารถเพิ่มระยะเวลาการพักค้างในเมืองกาญจน์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนที่นี่เพิ่มขึ้น”

 

 

#นายกทัวร์นกขมิ้นกาญจนบุรี #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #กระทรวงมหาดไทย #กระทรวงกลาโหม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar