“เพิ่มพูน” เปิดเวทีสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “จับมือไว้ สร้างการศึกษาไทยไปด้วยกัน”
วันที่ 22 สิงหาคม 2567 เวลา 09.00 น. พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 2 (2nd National Education Assembly) ภายใต้แนวคิด “All for Education จับมือไว้ สร้างการศึกษาไทยไปด้วยกัน” พร้อมด้วย ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา นายธฤติ ประสานสอน รองเลขาธิการสภาการศึกษา นางอำภา พรหมวาทย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา นายสุรศักดิ์ มุกประดับ ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายสมัชชาสภาการศึกษาจังหวัด ผู้แทนจากองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคศาสนา ภาคประชาชน จำนวน 600 คน จาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ร่วมประชุมหารือ ณ ห้องประชุมปทุมมาศ อาคารเฉลิมพระเกียรติในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี.
พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ กล่าวว่า การจัดการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เพราะสะท้อนความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จนเกิดเป็นรูปธรรมผ่านมติสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติที่จะรับรองร่วมกันในวันนี้ รวมถึงได้แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงเรื่อง การศึกษาที่ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการศึกษาให้ตอบสนองความต้องการตามบริบทของพื้นที่แตกต่างกัน คือ การศึกษาเชิงพื้นที่ หรือ Area Based Education : ABE เป็นคำตอบของการให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่หรือในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการจัดการศึกษา โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องรอภาครัฐ ในขณะที่รัฐจะเป็นผู้สนับสนุน กำกับ ดูแลอำนวยความสะดวกให้พื้นที่เข้ามาร่วมดำเนินการ ร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้สำหรับโลกยุคใหม่ มีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบที่หลากหลาย โดยให้ผู้เรียน เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการพยายามผลักดันให้เกิดกลไกของ “สมัชชาการศึกษา” ให้ครบทุกจังหวัด เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจทางการศึกษาภายใต้หลักการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมทั้งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนให้ตอบสนองกับความต้องการของประชาชน และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
สำหรับการจัดงานสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติในครั้งนี้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทางการศึกษาร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ได้แก่ อนุกรรมการด้านเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ สมาคมสภาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี สภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ สภาพัฒนาการศึกษากาฬสินธุ์กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และมูลนิธิสตาร์ฟิช เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา ภายในงานมีการแสดงสัญลักษณ์พลังความร่วมมือ “สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา (All for Education)” โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและภาคีเครือข่าย ต่อด้วยการรับรองมติสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ มติที่ 1) “การส่งเสริมระบบธนาคารหน่วยกิตเพื่อเพิ่มโอกาสทางการเรียนสู่การทำงานในโลกยุคใหม่” มติที่ 2) “การหนุนเสริมระบบนิเวศชุมชนสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” โดย ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา การเสวนา เรื่อง “พ.ร.บ.การศึกษามากี่โมง ? : ไขข้อข้องใจ ปลดล็อคการศึกษาไทย ไปต่ออย่างไรเมื่อ พ.ร.บ. ยังไม่มา” โดย ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ ประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา และดร. สวัสดิ์ ภู่ทอง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย และอดีตรองเลขาธิการสภาการศึกษา ดำเนินรายการโดย ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษาและกรรมการบริหาร สำนักงานบริหารและจัดการความรู้ ต่อด้วยการปาฐกถา เรื่อง “สมัชชาสภาการศึกษา กับ ศึกษาธิการจังหวัด : หนุนเสริม Area-based Education อย่างไรให้ตรงใจคนในพื้นที่” โดย นายวีรัตน์ สานุมิตร ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย ปิดท้ายด้วยการเสวนาเวทีด้านการศึกษา 4 ภาค “สร้างส่วนร่วม สร้างพลัง สานสัมพันธ์ความร่วมมือ” ทั้ง 1) ภาคเหนือ 2) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3) ภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก 4) ภาคใต้ และ 5) หน่วยงานส่วนกลาง พร้อมทั้งมีการนำเสนอผลการหารือจากเวทีด้านการศึกษา 4 ภาค